การบริหารจัดการทรัพย์สินของเมือง (City Asset Management) จะมีประสิทธิภาพได้จริง จำเป็นต้องเริ่มจาก “ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน” แต่หลายหน่วยงานยังเผชิญกับปัญหาข้อมูลป้ายจราจร เสาไฟ สัญญาณไฟ และสาธารณูปโภคต่างๆ ที่กระจัดกระจาย ไม่อัปเดต และไม่สามารถนำไปใช้วางแผนงบประมาณหรือบริหารงานได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การตัดสินใจในระดับปฏิบัติการและเชิงนโยบายยังคงอาศัยการประเมินหรือคาดการณ์เป็นหลัก
การใช้วิธีสำรวจแบบเดิม เช่น การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเดินนับและบันทึกข้อมูล ไม่เพียงใช้เวลานานและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ยังมีโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และเพิ่มภาระในการนำข้อมูลกลับมาจัดการซ้ำในระบบอีกครั้ง ปัญหาเหล่านี้ทำให้ภาพรวมของข้อมูลทรัพย์สินเมือง (Infrastructure Asset Data) ขาดความสมบูรณ์และไม่พร้อมต่อการใช้งานจริง
เทคโนโลยี LiDAR Mobile Mapping จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial Data) โดยสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม เพียงการขับสำรวจผ่านพื้นที่ ก็สามารถบันทึกทั้งภาพถ่ายความละเอียดสูง พิกัดที่แม่นยำระดับเซนติเมตร และข้อมูลสามมิติ (3D Point Cloud) ของทรัพย์สินต่างๆ ได้ในครั้งเดียว ข้อมูลทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ GIS และ Asset Management ได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มความครบถ้วนของข้อมูลในระดับเมือง
ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับคือความสามารถในการวางแผนงบประมาณได้อย่างแม่นยำ ตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินได้ทั้งระบบ ลดจุดเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ และสามารถต่อยอดข้อมูลไปสู่การพัฒนา Smart City และ Digital Twin ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ข้อมูลที่เชื่อถือได้” และพร้อมใช้งานจริง
หากคุณเป็นหน่วยงานภาครัฐ เทศบาล หรือองค์กรที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน การมีระบบข้อมูลที่ครบถ้วนและทันสมัยจะช่วยยกระดับการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก BIS B-Innovation by Infra Corporation พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมกับบริบทของคุณ เพื่อให้การบริหารจัดการเมืองขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง